โรดริโก เบนตันกูร์ กองกลางสารพัดประโยชน์ที่มีชั้นเชิงสูง

การค้าแข้งของ โรดริโก เบนตันกูร์ ด้วยความสามารถที่ถูกเปิดเผยออกมาไม่นาน เขากลับถูกมองว่าเป็นนักเตะกองกลางสารพัดประโยชน์ที่มีชั้นเชิงสูง โดยสามารถใช้เท้าทั้ง 2 ข้างผ่านบอลได้อย่างแม่นยำ และยังเป็นคนคิดไวทำไวทั้งในยามที่มีและไม่มีบอลด้วย โดยนอกจากนั้น เขายังเป็นกองกลางที่มีความคล่องแคล่วสูง ซึ่งต้องขอบคุณรุปร่างที่สูงโปร่งของเขา เพราะมันทำให้เขาสามารถขึ้นหน้าไปกดดันคู่แข่งได้ อีกทั้งแม้จะเป็นคนเงียบๆ แค่เขาคือนักเตะที่เฉลียวฉลาดคนหนึ่งในทีมด้วยความสามารถในการควบคุมลูกบอลระยะใกล้ และการมีสเต็ปเท้าที่คล่องแคล่วว่องไว นั่นทำให้เจ้าหนูรายนี้เล่นในพื้นที่แคบๆ และหาทางเอาตัวรอดได้ดี ทว่าเขาอาจจะขาดจินตนาการตามแบบฉบับนักเตะเบอร์ 10 เล็กน้อย รวมถึงการปรับเปลี่ยนเกมจากรับเป็นรุกของทีม แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เขาหลุดจากตำแหน่งของตัวเองแต่อย่างใด นี้คือจุดแข๊งของเขาโรดริโก เบนตันกูร์ ดาวเตะวัย 19 ปี ชาวอุรุกวัยดาวรุ่งกองกลางพรสวรรค์สูง
แน่นอนว่ามีจุดแข็งแล้ว ก็ย่อมมีจุดอ่อนเช่นกันนั้นคือ เบนตันกูร์ ยังคงต้องเรียนรู้คือการรู้ว่าจังหวะใดควรครองบอล จังหวะใดควรส่งบอล แต่อย่างไรก็ตามนี่ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่จะทำได้กันในวัยเท่าเขา ซึ่งถ้าเขาได้รับการสั่งสอนที่ดี สิ่งเหล่านี้จะพัฒนาขึ้นมาเอง นอกจากนั้นหากเขาได้ย้ายมาเล่นในยุโรปแล้วละก็ ความเร็วของเกมในยุโรปจะเป็นตัวผลักดันให้เขาเรียนรู้เองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นอกจากนี้แล้ว ข้อผิดพลาดที่เขาก่อขึ้นในเกมกับซาน ลอเรนโซ นั้นคือข้อพิสูจน์เรื่องสมาธิในเกมของเขา ซึ่งเขาอาจจะเสียสมาธิไปบ้าง ดังนั้นจึงต้องทำให้แน่ใจว่าเขาต้องได้อะไรบางอย่างจากประสบการณ์สุดเจ็บปวดของเขาในเกมวันนั้น โดยทางด้าน โรเบร์โต้ เบนตันกูร์ ผู้เป็นพ่อแท้ๆ ของโรดริโกให้สัมภาษณ์ว่า

“เขายังมีเพื่อนๆ ที่อาร์เจนตินา และเขาชอบบรรยากาศที่นั่น เราต้องขอขอบคุณสโมสรด้วย เพราะพวกเขาคอยอยู่ข้างๆ ลูกของผมเสมอ พวกเขาคอยดูแลและให้โอกาสลูกชายผมได้ลงเล่นในทีมระดับสูงอย่างโบคา จูเนียร์ส”
“ตอนนี้ เขากำลังโฟกัสกับการเล่นในอาร์เจนติน่า เขาค่อนข้างใจเย็นกับเรื่องนี้ ดังนั้นเราเองก็ไม่อยากตัดสินใจอะไรก็ตามด้วยความใจร้อนใดๆเลย”

เบนตันกูร์ ได้รับเลือกให้เป็นนักเตะหน้าใหม่แห่งปีของลีกอาร์เจนตินาเมื่อฤดูกาลที่ผ่านแม้ว่าเจ้าหนูรายนี้เพิ่งจะแจ้งเกิดได้ในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล แต่ด้วยความขยัน และการเล่นบอลที่ชาญฉลาดของเขา จนทำให้ถูกนำไปเปรียบเทียบกับ เฟร์นานโด กาโก้ และ ตำนานของโบคา จูเนียร์ส อย่าง ฮวน โรมัน ริเกลเม่ รวมถึงกุนซือคนปัจจุบันของโบคาฯอย่าง กิเยร์โม บาร์รอส สเคล็อตโต้ ยังขนานนามให้เบนตันกูร์เป็น “ป็อกบาแห่งอุรุกวัย” จากการลงเล่นในตำแหน่งที่คล้ายกันอีกด้วย

สนับสนุนโดย: Ballniyom เว็บไซต์แทงบอลออนไลน์ อันดับ 1 ของประเทศไทย

โฟลเรนติโน  เปเรซ

โฟลเรนติโน  เปเรซ นักเตะที่สร้างผลงานได้อย่างสะดุดตา

โฟลเรนติโน  เปเรซ เกิดที่ มาดริด ประเทศสเปน และเคยเข้าร่วมเป็น ส.ส. ของพรรคสหภาพศูนย์กลางประชาธิปไตยของสเปน ตั้งแต่ปี 1979  หลังจากที่เขาได้หมดอำนาจทางการเมืองแล้ว เขาจึงหันมาสนใจทางด้านกีฬา โดยเขาหวังว่าจะเป็นเจ้าของธุรกิจสโมสรฟุตบอลในประเทศบ้านเกิด  ในปี 2004เขาก็ได้ถูกเสนอชื่อให้เป็นเจ้าของกิจการสโมสรฟุตบอลบาร์เซโลน่าซึ่งเขาได้ตอบปฏิเสธไปเนื่องจากเงินทุนในการซื้อกิจการเขาน้อยมาก เพราะเหตุการณ์เศรษฐกิจของสเปนในช่วงนั้น และต่อมาเขาก็ได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานของสโมสรฟุตบอลเรอัลมาดริดหรือที่รู้จักในชื่อ “ราชันชุดขาว”  ในปี 2000-2006 (สมัยแรก) และในปี 2009-ปัจจุบัน (สมัยที่สอง)

ซึ่งเขาสามารถสร้างตำนาน “กาลาติกอส” ให้กับเรอัล มาดริด ด้วยการดึงเหล่านักเตะซุปเปร์สตาร์มารวมกันไว้ในทีมนี้ ไม่ว่าจะเป็น หลุยส์  ฟีกู จากบาร์เซโลนา ซึ่งเล่นตำแหน่งกองกลางให้กับสโมสรตั้งแต่ 2000-2005 และลงเล่นไป 164 นัด ทำประตูไปได้ 38 ประตู, ซีเนดีน  ซีดาน จากยูเวนตุส เล่นตำแหน่งกองกลางตัวรุกในปี 2001-2006 ลงเล่น 155 นัด ทำประตูได้ 37 ประตู และปัจจุบันยังเป็นโค้ชให้กับสโมสร, เดวิด  เบคแฮม จากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตำแหน่งกองกลางเช่นกันในช่วงปี 2003-2007 ลงเล่น 115 นัด ทำประตูไปได้ 13 ประตู,ไมเคิล  โอเวน จากลิเวอร์พูล ลงเล่นตำแหน่งกองหน้าของทีมในปี 2003-2007 ซึ่งลงเล่นไป 36 นัด ทำไปได้ 13 ประตู ,และสุดท้าย คริสเตียโน  โรนัลโด จากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเหมือนกันกับเบคแฮม ซึ่งเล่นตำแหน่งกองหน้าตั้งแต่ปี 2009-ปัจจุบัน ลงเล่นไปแล้ว 210 นัด ทำประตูไปกว่า 233 ประตู

เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา มีข่าวลือจาก “ดอน บาลอน” สื่อดังแห่งคนสเปนรายงานว่า เปเรซ ไม่ไว้ใจโค้ชคนปัจจุบันอีกต่อไปแล้วโดยเฉพาะผลงานในลาลีกาต้องสูญเสียตำแหน่งจ่าฝูงให้กับ บาร์เซโลน่า แม้ยังเหลือเกมอยู่ในมือก็ตาม

นอกจากนั้นสาเหตุอีกประการหนึ่งก็คือเจ้าพ่อกลาคติกอสมองว่ากุนซือเฟรนช์แมนมักชอบผลัดแต่ศิษย์โปรดเพื่อนร่วมชาติของตัวเองก็คือ คาริม เบนเซม่า ยืนหอกต่อเนื่อง ทั้งๆที่เขาอุตส่าห์ซื้อเด็กในคาถา อัลบาโร่ โมราต้า กลับมาหวังได้รับโอกาสเพิ่มกลับโดนจับดองหน้าตาเฉย 

ดังนั้น เปเรซ เตรียมปลดซีดานพ้นจากตำแหน่งในซัมเมอร์นี้ก่อนจะสานฝันของตัวเองชวน มูรินโญ่ หวนคืนสู่รังซานติอาโก้ เบอร์นาบิวในฤดูกาลใหม่อีกครั้ง ถึงแม้ว่าซีดานจะเคยเป็นขวัญใจของแฟนบอลมากมายก็ตาม แต่หากยังไม่ได้รับรางวัลใดๆเลย เขาก็จะไม่ได้ดำรงตำแหน่งเฮดโค้ชของสโมสรนี้ต่อ

สนับสนุนโดย: Bansoccer เว็บไซต์ ผลบอลสด อันดับ 1 ของประเทศไทย

ทีมชาติไทย

เพราะอะไร ทีมชาติไทยจึง “เนื้อหอม”

ตอนนี้เชื่อว่าที่หน้าสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย คงเต็มไปด้วยเหล่าบรรดาเอเย่นต์ของผู้จัดการทีม หรือตัวผู้จัดการทีมอาจจะออกมาติดต่อเอง เพื่อเข้านำเสนอตัวเองในตำแหน่งผู้จัดการทีมชาติไทย ที่ต้องบอกว่าตอนนี้เนื้อหอมแบบสุด ที่เห็นออกมาตามข่าวนี่ไม่น้อยกว่า 10 ชื่อแล้วทั้งไทยและต่างประเทศ ว่าแต่ทำไมใครๆถึงอยากมาทำทีมชาติไทยกัน

โอกาสสร้างชื่อของกุนซือ

เหตุผลข้อแรกที่ทำให้เหล่ากุนซือที่ว่างงานอยากเข้ามาทำตรงนี้ แน่นอนว่ามันเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างชื่อของตัวเอง ในกลับมาอยู่พื้นที่ข่าวอีกครั้งหนึ่ง ต้องยอมรับว่าตอนนี้ไทยเราอยู่ในตำแหน่งที่ดีทีเดียว ระดับอาเซียนเราเป็นหนึ่งอย่างไม่ต้องสงสัย ส่วนเอเชียอาจจะเป็นเพียงแค่น้องใหม่ แต่ก็เป็นโอกาสที่ดีในการสร้างชื่อของกุนซือเหมือนกัน แถมไทยเรายังมีคิวเตะรายการเอเชียนคัพอีกด้วย เกิดทำผลงานได้ดีขึ้นมาก็สร้างชื่อได้แบบยาวๆเลย

โอกาสต่อยอดในการทำหน้าที่

หากกุนซือไทยคนต่อไป ถ้าสามารถทำผลงานได้ดี ก็สามารถต่อยอดในการทำหน้าที่กุนซือต่อได้เลย ไม่ว่าจะเป็นการขยับขึ้นไปทำงานกับทีมชาติที่ใหญ่ขึ้นอย่าง ญี่ปุ่น จีน หรือ ฝั่งตะวันออกอย่าง กาตาร์, ซาอุ, ยูเออี หรือจะเปลี่ยนเวทีไปคุมทีมสโมสรก็ได้เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นสโมสรในไทยหรือต่างชาติ คงอ้าแขนต้อนรับอย่างเต็มใจ

ทรัพยากรนักเตะ ไม่ขี้เหร่

การจะออกมารับงานใดงานหนึ่ง เชื่อว่ากุนซือแต่ละคนคงจะมีการเตรียมตัว ศึกษาการทำงานมาบ้างแล้ว ในที่นี้การศึกษานักเตะคงต้องเป็นเรื่องที่ผ่านหู ผ่านตามาบ้าง เชื่อว่าตอนนี้ทรัพยากรนักเตะบ้านเรา ไม่ได้ขี้เหร่เหมือนเมื่อ 10 ปีก่อนอีกแล้ว โอเคอาจจะไม่ได้ส่งออกไปยังยุโรปเหมือนพวกญี่ปุ่น,เกาหลี แต่ก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้น ถ้าไม่เชื่อว่านักเตะดีพอคงไม่กล้ามาคุมทีม

ค่าจ้าง พอรับได้กับค่าครองชีพ

ส่วนเรื่องของค่าจ้างนั้น ต้องบอกว่าเราเองก็ไม่เคยรู้เลยว่า กุนซือทีมชาติตั้งแต่สมัยนายกคนก่อน มาจนถึงคนปัจจุบันนั้น พวกเค้ามีรายได้ต่อเดือนเท่าไรกันแน่ แต่เท่าที่ได้เห็นมาแวบๆของกุนซือคนล่าสุดอย่าง ซิโก้ ที่เพิ่งต่อสัญญาไปตอนต้นปี แว่วมาว่าค่าจ้างเดือนละ 2 ล้านบาท แน่นอนว่าในบ้านเราก็ถือว่าเยอะ แต่โค้ชต่างชาติจะมองว่าเยอะหรือเปล่า อันนี้ก็ตอบยากแต่บอกเลยว่าเยอะนะเรตนี้กับค่าครองชีพในประเทศไทย ก็ต้องมาดูกันว่าความเนื้อหอมของบ้านเราสุดท้ายจะได้ ใครมาเป็นกุนซือคนต่อไป ส่วนตัวยอมรับเลยว่าคาดหวังว่าจะได้คนที่ต้องร้อง “ว้าว”

สนับสนุนโดย: Ballniyom เว็บไซต์คาสิโนออนไลน์ อันดับ 1 ของประเทศไทย

โรดริโก เบนตันกูร์

การโชว์ความสามารถของ โรดริโก เบนตันกูร์ ผ่านการค้าแข้งในระดับทีมเยาวชน

ตลอดระยะเวลาแห่งการเริ่มต้นเข้าสู่การค้าแข้ง    โรดริโก เบนตันกูร์  นักเตะกองกลางรายนี้   สามารถทำผลงานเป็นที่น่าประทับใจตลอดช่วงเวลาที่เล่นกับทีมเยาวชน ทำให้เขาถูกดันขึ้นชุดใหญ่ในวัยเพียง 17 ปี และได้โอกาสประเดิมสนาม  กับคู่อริอย่างริเวอร์เพลท   ในเกมอุ่นเครื่องต้นปี  2015  ซึ่งในวันนั้นเขามีโอกาสลงเล่น และสามารถทำประตูได้ จนทำให้ทีมชนะไป 5-0

ต่อมาในเดือนเมษายน เจ้าตัวก็มีโอกาสประเดิมสนามในแมตช์ทางการหลังถูกเปลี่ยนลงมาในศึกโคปา ลิเบอร์ตาดอเรส ซึ่งเป็นรายการใหญ่สุดของทวีป  เขากลายมาเป็นตัวหลักของชุดใหญ่ภายใต้ยุคของกุนซือคนเก่าอย่าง โรดอลโฟ อาร์รัวบาร์เรนา และกิเยร์โม บาร์รอส สเคล็อตโต้ โดยดาวเตะรายนี้ได้โอกาสลงเป็นตัวจริงเรื่อยๆ ตั้งแต่ที่โบคา จูเนียร์ส ทำผลงานได้ดีในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาลที่แล้ว โดยเขาถูกส่งลงเล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวนอกของแผน 4-4-2 ไดมอนด์ ซึ่งทำให้เขาสามารถแสดงออกได้ถึงการผ่านบอลที่มีประสิทธิภาพ และความขยันของกองกลางรายนี้

“ผมผู้เล่นเบอร์ 5 หรือเบอร์ 8 ผมเป็นกองกลางประเภทที่ไม่ชอบเติมเกมสูงนัก ผมคิดว่าตัวผมนั้นมีสไตล์คล้ายๆ กาโก้มากกว่าริเกลเม่นะ แต่ยังไงทั้งคู่ก็คือไอดอลของผม ส่วนคนอื่นๆ นะหรอ? ผมชอบอิเนียสต้า ชาบี้ และก็บุสเกตส์นะ เพราะผมชื่นชอบเทคนิคสไตล์การเล่นของพวกเขา”  เบนทันเคอร์กล่าว

แต่แล้วเบนตันกูร์ก็ถูกทดสอบสภาพจิตใจเมื่อเขาลงเล่นในเกมกับคู่อริแย่งแชมป์อย่างซาน ลอเรนโซ ซึ่งในเกมนั้น มิดฟิลด์รายนี้จ่ายบอลพลาดจนทำให้คู่แข่งลากไปยิงเอาง่ายๆ จนทำให้ทีมเสียประตู ซึ่งประตูนั้นเป็นประตูเดียวที่เกิดขึ้นวันนั้น อีกทั้งยังเกิดขึ้นในช่วงทดเวลาบาดเจ็บอีกด้วย เกมในวันนั้นจบลงที่การปะทะอารมณ์กันเล็กน้อยกลางสนาม แต่ทว่าเบนตันกูร์นั้นไม่ได้มาร่วมวงด้วย เพราะแม้ว่าเขาจะรีบออกจากสนาม แต่ก็ยังมีคนเห็นว่าเขาเดินเข้าอุโมค์นักเตะไปพร้อมกับน้ำตา นับเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากของแข้งดาวรุ่งรายนี้ แต่อาร์รัวบาร์เรนาก็ได้ออกมาสนับสนุนเขาออกสื่อแบบทันควัน อีกทั้งยังให้ความเชื่อมั่นด้วยการส่งเขาลงสนามในเกมซูเปร์กลาสิโก้ที่พบกับคู่อริตัวฉกาจ  อย่างริเวอร์เพลท  ในสุดสัปดาห์ต่อมา ซึ่งเบนตันกูร์ก็ตอบแทนความไว้ใจนั้นได้ด้วยฟอร์มที่ดีขึ้นจนทำให้ทีมชนะไปได้ 1-0

สนับสนุนโดย: Ballniyom เว็บไซต์ แทงบอลออนไลน์ อันดับ 1 ของประเทศไทย

 

 

นักฟุตบอล

โรคที่แฝงมาในหน้าฝนสำหรับนักฟุตบอล

สภาพอากาศที่ในช่วงฝนตก ภาวะหนึ่งที่นักบอลหลีกเลี่ยงได้ยากเมื่อฝนตกคือมักเจอกับอากาศที่อับชื้น การที่ลงเตะตากฝนทำให้ชุดเปียกและหมักหมมในเวลานานทำให้บางครั้งอาจเกิดผื่นแปลกๆ ขึ้นบนผิวหนังได้ ปัญหาที่นักฟุตบอลพบได้เสมอในช่วงหน้าฝนมักมีสาเหตุมาจากเชื้อรา เนื่องจากลักษณะเฉพาะของเชื้อโรคกลุ่มนี้ที่เจริญเติบโตได้ดีในภาวะที่ชื้นและแฉะ ผื่นจากเชื้อรามีได้หลากหลายรูปแบบ เวลาที่นักเตะถอดรองเท้า บางคนอาจมีกลิ่นเหม็นโชยออกมา เมื่อก้มดูที่ฝ่าเท้าของเราจะเห็นเป็นรูพรุนเล็กๆ หรือเป็นแอ่งเว้าแหว่งตื้นๆ เรียกว่า โรคเท้าเหม็น สาเหตุเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่ง จากการที่ใส่ถุงเท้าที่เปียกและหมักหมมในเวลานานซึ่งมักจะแห้งยากในหน้าฝน

ในน้ำฝนมีสารปนเปื้อนและเชื้อโรคแบคทีเรียบางอย่างที่จะทำให้นักเตะเจ็บไข้ได้ป่วย โดยเฉพาะ 6 โรคยอดฮิตต่อไปนี้ ‘โรคจากไวรัส’ ทำให้นักเตะอาจเป็นหวัดคัดจมูกและเกิดอาการไข้ได้ ต้องระวังการถูกฝนให้มาก เพราะอาจเจ็บป่วยไม่สบาย จนถึงขั้นหลอดลมฝอยอักเสบ รวมทั้งโรคไข้หวัดใหญ่ ‘คอติดเชื้อ’ สังเกตได้จากจะเริ่มมีอาการเจ็บคอเป็นเบื้องต้น จากนั้นจะมีไข้ ปวดเนื้อปวดตัว เมื่อยเนื้อเมื่อยตัวตามมา บางรายมีน้ำมูกร่วมด้วย เกิดจากการที่เผลอกลืนน้ำฝนปนเปื้อนลงคอไปจนทำให้คออักเสบ ‘ผิวหนังอักเสบ’ น้ำฝนที่ขังตามพื้นสนาม อาจจะกลายเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค ระหว่างที่แข่งขันหากกระเซ็นมาโดนตัวนักเตะก็มีโอกาสเสี่ยงต่อผิวหนังอักเสบได้ ยิ่งไปกว่านั้น น้ำที่ขังอยู่ในสนามยังอาจทำให้แผลที่เกิดระหว่างการแข่งขันติดเชื้อ เกิดเชื้อรา คัน เกิดตุ่มหนองและฝีก็เป็นได้ ดังนั้นหลังจากที่มีการแข่งขันเสร็จนักฟุตบอลจึงต้องเข้าห้องอาบน้ำเพื่อชำระความสกปรกบนร่างการเพื่อนป้องกันเชื้อโรค

โดยสรุปแล้ว ถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นว่าสาเหตุของโรคส่วนใหญ่มาจากการย่ำน้ำที่ไม่สะอาด หรือปล่อยให้ผิวหนังอับชื้นอยู่เป็นระยะเวลานาน ทำให้เชื้อซึ่งพบได้ตามพื้นสนาม ดังนั้นการป้องกันอันดับแรกของนักเตะคือ เมื่อแข่งขันเสร็จ ควรรีบถอดเสื้อผ้า แล้วอาบน้ำทำความสะอาดร่างกาย โดยใช้สบู่ หรือสารทำความสะอาดทั่วไป ไม่จำเป็นต้องใช้น้ำยาฆ่าเชื้อชนิดพิเศษแต่อย่างใดเพราะอาจแรงเกินไป พอเสร็จใช้ผ้าซับ ให้ร่างกายแห้ง การโรยแป้งฝุ่นก็สามารถช่วยลดความชื้นและการเสียดสีได้ แต่อย่างใดก็ตามนักฟุตบอลแต่ละทีมต่างมีแพทย์ประจำทีมและยังสามารถให้คำปรึกษาและการแนะนำให้นักเตะทำให้ถูกวิธีเพื่อป้องปัญหานักกีฬาเจ็บป่วยหรือเป็นไข้หลังจากแข่งขัน

สนับสนุนโดย: Bansoccer เว็บไซต์ บ้านผลบอล อันดับ 1 ของประเทศไทย